Wingy's profileWingy Wingy ฟัดยัดย้อยPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Wingy Wingy ฟัดยัดย้อย |
||||||||||
|
|
December 18 ประชาธิปไตยกับชายฟัดยัดประชาธิปไตยกับชายฟัดยัด
สวัสดีครับทุกๆท่านสบายกันดีมั้ย หนาวไม่กี่วันดันมาร้อนซะแล้ว อุตส่าห์ซื้อเสื้อหนาวมาใหม่ เมื่อซักสัปดาห์ที่แล้วดันเอาไปใส่ในวันที่อากาศมันควรจะหนาวแต่เสือกร้อน แทบจะถอดมาฉีกแล้วเผาทิ้ง นี่ถ้าไม่ติดว่าเสียดายตังค์นะ ฮึ่ย ทุกวันนี้เค้ากำลังรณรงค์เรื่องโลกร้อนกันปาวๆแต่ร้านเกมส์ออนไลน์ก็ยังเปิดให้เหล่าเกรียนเล่นกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แถมเมื่อวันก่อนขับรถผ่านริมถนนมีเกมส์อะไรสักยี่ห้อนึงเนี่ยเเหละแม่งฉลองครบสองล้านไอดี โถๆๆโลกจะหายร้อนมั้ยเนี่ย เค้ารณรงค์กันจะแย่ พวกเมิงดันมาเปิดเกมส์ออนไลน์ทิ้งไว้เก็บเลเวล ชิบหาย!!!!!
แต่มาคิดอีกทีช่างมันเหอะมาพูดกันเรื่องใกล้ตัวกันดีกว่าครับทุกท่าน เมื่อวานนี้ผมไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามาครับ จำไม่ได้แล้วครับว่าเลือกไปครั้งที่เท่าไหร่ จำได้แค่ครั้งแรกนี่โครตตื่นเต้นเลย เดี๋ยวนี้ก็งั้นๆแหละ เข้าคูหากาสองใบแล้วก็พบว่าในใบบัญชีรายชื่อเนี่ยมันมีเลขเยอะอิ๊บอ๋าย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมี31เบอร์มั้ง โหนี่เมืองไทยมีพรรคการเมืองเยอะขนาดนี้เลยเรอะฟะ แล้วที่ตูรู้จักนี่มันดันมีไม่กี่พรรค กลับมาบ้านถึงเพิ่งรู้ว่ามีใบแนะนำผู้สมัครส่งมาที่บ้าน โถนี่ถ้าไม่ดูดีๆนึกว่าใบโฆษณากำจัดปลวก ปรากฏว่ามีพรรคการเมืองทั้งสิ้น31พรรคดังนี้
1. พรรคเพื่อแผ่นตีน
2. พรรครวมใจใครด้อยพัฒนา
3. พรรคเครือข่ายชาวนาผืนน้อยแห่งประเทศเทย
4. พรรคประชาวิบัติ
5. พรรคสังคังเกษตรกร
6. พรรครักเมียใคร
7. พรรคแตงยาน
8. พรรคจะเสร็จกันตอนไหน
9. พรรคประชาราด
10. พรรคนิติสัดไง
11. พรรคพัฒนาบาทาถีบกันตาย
12. พรรคสังคังประชาชน
13. พรรคชาติหมา
14. พรรคตำลงไป
15. พรรคมัดมือมาประชาถีบกันตาย
16. พรรคชาติหมาสามัคคี
17. พรรคความหวังหมด
18. พรรคประชากรตาย
19. พรรคบาทามติ
20. พรรคใครเป็นใคร
21. พรรคสังคังแผ่นดินใคร
22. พรรคหมาชน
23. พรรคกูจะทำ
24. พรรคราษฎรรักใคร
25. พรรคกรีดใครสั้นลง
26. พรรคกูอยู่ดีมีสุข
27. พรรคใครร่ำรวย
28. พรรคเอกราช เก่งทุกทาง
29. พรรคสังคังแผ่นดิน
30. พรรคสังคังธิปไตย
31. พรรคจรวดนำวิถี
(ปล.บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อความขบขันบันเทิง และมีความเป็นกลางเนื่องจากด่าทั่วถึงเท่ากันทุกพรรค ตามประมวลกฏหมายหน้าหนึ่งบรรทัดหนึ่งวรรคหนึ่งถ้าหาไม่พบพลิกไปจนจบเล่ม กล่าวไว้ว่าคนบ้าทำอะไรก็ไม่ผิด ถ้าจะผิดก็ผิดที่มันบ้า อย่าถือสาคนบ้าอย่าว่าคนเมา คนมีสติเค้าจะเขียนอะไรอย่างงี้มั้ย)
ครับและแล้วการไปเข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้งของผมก็ได้ผ่านพ้นก็ผ่านไปอีกหนึ่งสมัย ก็คงได้แต่ลุ้นกันในอาทิตย์หน้าว่านักการเมืองท่านใดบ้างจะได้เข้าไปทำงานรับใช้ทุกท่านในสภา(ไม่เห็นเคยมารับใช้กูเลย) หลังจากที่ได้ผ่านการเลือกตั้งมาประมาณสองถึงห้าสมัย(จำไม่ได้)ผมพบว่าชาวไทยยังเข้าใจประชาธิปไตยกันอย่างผิดๆ และตัดสินคนดีไม่ดีหรือควรจะเลือกใครจาก
- พ่อบอก
- แม่บอก
- พี่บอก
- เค้าเคยมางานบวชลูกชาย
- เค้าเป็นเพื่อนของเพื่อน
- เค้าเอาตังค์มาให้แล้วไม่เลือกจะรู้สึกผิด
- เลียนแบบข้างบ้าน
- ไม่เลือกเดี๋ยวพรุ่งนี้มันมาด่ากูทางทีวี
- เลือกเลขเฮง
- กาเบอร์นั้นเดี๋ยวซวย
- ก็เลือกมาตั้งแต่สมัยไหน
- ชอบ หล่อ
- ขาว สวย
- หมวย เอ๊กซ์
- เค้าปราศรัยมันดี
- เค้าจบด๊อกเตอร์
- เลือกเพราะเค้าเป็นคนตลก
- เค้ารวยแล้วไม่โกงเราหรอก(ใครว่า)
ฯลฯ
จากข้อมูลเบื้องต้นทำให้ผมสรุปได้ว่าถ้าบุคคลเหล่านี้มาเล่นการเมือง ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่เคยมีความรู้ด้านการบริหารประเทศหรือบางคนอาจไม่รู้อะไรเลย แต่พวกเค้ายังอาจได้เป็นส.ส. เช่น
- โน๊ต อุดม
- โดม
- อั้ม
- พอลล่า
- ซิโก้
- เรน(ถ้ามันเป็นคนไทย)
- เป็นเอก
- สรยุธท์
- แดน ดีทูบี
- บีม ดีทูบี
- บิ๊ก ดีทูบี
- โจ๊ก โซคูล
- ธงชัย ใจดี
- นาตาลี เกลโปว่า
- กอล์ฟ
- ไมค์
- บี้ เดอะสตาร์
- พัดชาเอ เอฟ
- พจน์ อานนท์
- สายันต์ ดอกสะเดา
ฯลฯ
เชื่อมั้ยถ้าพวกเค้าเหล่านี้ลงสมัครจริง มันต้องมีคนเลือกแน่ๆ ยิ่งถ้าลงเป็นเขตอาจมีคนย้ายบ้านตามไปเลือก ลองจินตนาการตามดูสิครับ ไม่รู้จะหัวเราะหรือว่าร้องไห้ดี ถ้าพวกเขาเหล่านี้เข้าไปอยู่ในสภา
สุดท้ายนี้หวังว่าทุกท่านคงจะไปใช้สิทธิกันนะครับ ประเทศชาติเป็นของพวกเราทุกคน ไปแสดงความเป็นเจ้าของร่วมกันหน่อยครับ ก่อนจากกันผมขอเล่าเรื่องเป็นข้อคิดไว้นิดนึงละกันนะครับ พอดีวันนั้นผมแวะเข้าไปใช้บริการปั๊มน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง เติมยังไม่ทันเสร็จก็เกิดอาการปวดฉี่ขึ้นมา จึงเติมให้เสร็จชำระเงินแล้วนำรถไปจอดตรงหน้าสุขา ขณะที่ผมกำลังยืนปลดทุกข์เบาอยู่นั้นสายตาดันเหลือบไปเห็นข้อความบนฝาผนัง ข้อความนั้นเขียนว่า "อนาคตของชาติอยู่ในมือคุณ" ซึ่งตอนนั้นในมือของผมมี...
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ December 05 ความทรงจำสีดำๆเกี่ยวกับE-mailE-mail
สมัยโน้นย้อนไปนานมากๆถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะหกเจ็ดปีได้แล้วล่ะคุณๆทั้งหลาย ผมได้สมัครอีเมลล์อันแรกในชีวิตไปแหละคุณสมัยนั้นโลโก้เอ็มเอสเอ็นยังเป็นรูปผีเสื้ออยู่เลย สมัยนั้นเค้ากำลังเห่อกันอยู่ใครไม่มีแม่งตกยุคมากๆ สมัยนั้นยังเล่นเพิร์ธกะไอซีคิวกันอยู่เลย ทุกๆคนคงจะเคยได้รับเมลล์อันแรกเป็นhotmailรึบริษัทฟัดยัดอะไรก็แล้วแต่ที่คุณไปสมัครกะเค้าน่ะ แต่ฟอร์เวิร์ดเมลล์อันแรกที่ผมได้อ่ะดิ อ่านแล้วทุกคนจะเข้าใจว่าทำไมมันเป็นความทรงจำสีดำๆ ไอ้ฟอร์เวิร์ดเมลล์อันเนี้ยสมัยก่อนมันดังมาก คนแต่งแม่งเข้าขั้นอัจฉริยะ แต่แม่งคงใช้ความสามารถในทางที่ผิด เกริ่นมาซะต้องนานเรามาเริ่มรำลึกความหลังสีดำๆกันดีกว่า
หั่นสีทัวร์
หั่นสีทัวร์ พร้อมรับใช้ท่าน ทุกลีลา พิเศษรับปิดเทอมกับโปรแกรม "ทัวร์ระริ่ม" ท่านเจ้าคุณศรีแสวงเหาะ และคุณหญิงหารมโหรี มีความยินดีขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมท่องเที่ยวกับโปรแกรม ทัวร์ระริ่ม ซึ่งเป็นโปรแกรมพิเศษรับปิดเทอมที่เราจัดขึ้นเป็นพิเศษ เรามีความยินดีต้อนรับทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นคนสวย หรือคนไม่สวย ก็ตาม!
ของหลวงลาวยึง ท่านท้าวคาวยวย หม่อมสามหยอย หลังจากนั้นเราจะพาท่านเดินทางไปยังชุมชน เยี่ยมซะเล็ด ซึ่งเป็นชุมชนญวน ซึ่งถ้าโชคดีท่านจะพบสาวญวนไม่ต้องเช็ด ซึ่งเป็นสาวญวนนิสัยดี แต่บางคนอาจเล่นตัวหน่อยซึ่งเป็นพวกญวนต้องเช็ด หากท่านโชคร้ายก็อาจพบกับพวกญวนคร่ำเคร็ด แต่ถ้าท่านชอบการทำกิจกรรมเป็นกลุ่มท่านน่าจะชอบพวกญวนเป็นเขบ๊ดจากนั้นเราจะพาท่านไปชมการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมสามัคคีแทงหวย ระหว่างทีมไทยกับพม่า โดยเราได้จัดที่นั่งชั้นเยี่ยมให้กับท่านคือที่ หอใกล้ดี ไม่ใช่ที่ หอใจอยู่กู๋ เหมือนทัวร์บริษัทอื่น สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ทางทีมพม่าค่อนข้างเป็นต่อ เพราะนอกจากจะได้หม่องโลดเท่าข้าวพึง เป็นโค้ชพิเศษแล้ว ยังมีดาราเท้าทองเข้าซิ่มร่วมทีมอีกลายคน ไม่ว่าจะเป็นหม่องกระจายเลี้ยว หม่องกระดุมจ่อ หม่องกระโจ๊เผี่ยว หม่องกระดาวยอ และหม่องกระปานโหยก ในขณะที่ทางทีมไทยมีคุณโฉลกจับกระเป๋าเป็นตัวเด่นเพียงคนเดียว โดยการแข่งขันครั้งนี้ สาวพม่า เฝ้ารอมานานจนเห็นตี้ ไปตามๆกัน หลังจากทานอาหารพิเศษที่เราจัดให้ท่านแล้ว เราจะพาท่านขึ้นรถไฟเที่ยวด่วนพิเศษชื่อ ด่วนปั่นปอ ไปยังประเทศสิงคโปร์โตก เราขอเตือนไม่ให้ท่านไปนั่งออแถวกระได เด็ดขาด เพราะท่านอาจตกกระดูด โดยทางทัวร์ของเราจะเก็บค่าโดยสารเพิ่มอีกเล็กน้อยสำหรับท่านสุภาพบุรุษ ส่วนท่านสุภาพสตรีที่แบกไหขึ้นรถฟรี ไหผู้ดี และไหขึ้นกระดี เราจะไม่เก็บค่าโดยสาร ระหว่างทางท่านอาจจะรู้สึกง่วงเป็นเชี่ยนๆ เนื่องจากต้องเดินทางค่อนข้างนานยม ตลอดสองข้างทางเราจะผ่านภูมิประเทศที่สวยงาม เช่น ดอยหมืง ดอยหางกี เขาเท่าซวย เขาไดโนซวย เหวเหลวปี๋ หาดเท่ากระจี๋ หาดดารดี๋ และสถานที่เก่าแก่ คือ หาดก่อนประวัติศรี จากนั้นจะพาท่านไปแวะที่หาดสะอี๋ ของพวกแม้วล้างล่อ ซึ่งแม้วพวกนี้เป็นแม้วที่สะอาดมากและจะไม่อยู่ตามบ้าน แต่จะอาศัยอยู่ตามท่อเข้าหมอก ซึ่งปัจจุบันแม้วพวกนี้เลิกปลูกฝิ่นแล้วแต่หันมาปลูกหมากพระเจ้าต๋อยแทน
อนึ่งในการเดินทางครั้งนี้ หากท่านผ่านจุดเลี้ยว หรือเกิดป่วยคัน ขึ้นมาอย่างกระทันหัน โดยจะเป็นเพราะคนมันซวย หรือเพราะคนมันรวยก็แล้วแต่ ท่านไม่ต้องกังวลเพราะเรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไว้คอยบริการ นำทีมโดยคุณหมอกระเด็น และคุณหมวยพยาบาลนิสัยดีคาหอ
ด้วยความหอปรารถนาดี จากผู้จัดทัวร์ และหวังว่าจะได้ร่วมรายการทัวร์นี้กับทุกท่าน
เตรียมพบโปรแกรมพิเศษ รับเปิดเทอมใหม่ โปรแกรม เทอมจนเป็นริ่ม เร็ว ๆ นี้
............................................................................................................. September 05 ประสบการณ์ฟัดยัดก่อนจะเป็นขี้ยาใช้แล้วขี้ยาใช้แล้ว(again)
สวัสดีครับทุกท่านที่แวะเข้ามาหรือจะบังเอิญเข้ามาเยี่ยมเยียนสเปซปัญญาอ่อนของผมที่สาระความรู้ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เรื่องราวดีๆได้แง่คิด ธรรมมะ หรือความรู้รอบตัวล้วนไม่มีในบทความนี้ทั้งสิ้น ในบทความบทนี้ท่านจะได้อ่านแต่ความปัญญาอ่อน หรือเรื่องงี่เง่าต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าท่านอยากได้สาระความรู้ดีๆหาในกูเกิ้ลเอาจะง่ายกว่า
สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลที่น่ารักและเคารพของผมได้ขึ้นภาษีเหล้าขาวและบุหรี่ นับเป็นข่าวที่ชวนหดหู่ให้กับคอเหล้าและสิงห์อมควันทั่วประเทศอย่างแท้จริง ทุกๆครั้งที่มีการขึ้นภาษีสุราหรือยาสูบจะต้องมีคนกลุ่มนึงออกมาให้การสนับสนุนว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วถูกต้องแล้วจะได้มีการบริโภคสิ่งเหล่านี้ได้น้อยลง ใช่แล้วครับสังคมต่อต้านการบริโภคสุราและการสูบบุหรี่ แต่ในมุมมองของคนเคยสูบและติดบุหรี่ผมว่ามันใจร้ายเกินไปหน่อย เชื่อมั้ยครับเมื่อก่อนเนี่ยสูบบุหรี่ในห้างในรถเมล์ได้ไม่ผิดกฏหมาย
แต่ปัจจุบันในหลายๆที่ยังสูบไม่ได้เลยครับ แล้วการสูบยาเนี่ยหลังจากตั้งแต่เริ่มจะมีประวัติศาสตร์ก็เริ่มมีการสูบแล้วครับ ปัจจุบันในทุกๆประเทศมีกฏหมายออกมาควบคุมตรงนี้เหมือนกันครับ แต่ในประเทศไทยเหมือนกับว่าบางครั้งคนที่สูบบุหรี่ถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี ใช่ครับพวกเค้าเหล่านี้ถูกมองจากคนบางกลุ่มว่าเป็นบุคลที่เลวและมองว่าเป็นปัญหาสังคมทั้งๆที่พวกเค้าเหล่านั้นไม่ได้โขมยตังค์ใครมาสูบสักหน่อย จริงอยู่ครับมันคงรู้สึกแย่ครับถ้ามีคนสูบบุหรี่มาพ่นควันใส่หน้า ไอ้หอกนั่นมันก็เลวสมควรประนามจริงๆ แต่ว่าหลายๆคนสูบเพื่อระบายครับ ระบายความเครียด ความรู้สึกกดดัน สังเกตมั้ยครับว่าหลายๆคนที่สูบบุหรี่เป็นผู้นำหรือผู้ที่หาเลี้ยงครอบครัว ผมเชื่อนะครับว่าคนติดบุหรี่ส่วนใหญ่อยากเลิก แต่มันเลิกยากครับ ยากจริงๆ คุณเชื่อมั้ยว่าการกดดันให้ใครสักคนเลิกบุหรี่มันไม่ใช่เรื่องดีหรอกครับ เหมือนในโฆษณาที่ลูกแอบเอาบุหรี่พ่อไปสับกับสีเทียน โถคุณลูกครับพ่อสูบบุหรี่ดีกว่าพ่อมีเมียน้อยเยอะเลยนะครับ นอกจากนี้ยังมีป้ายเตือนบนซองบุหรี่อีกเดี๋ยวนี้เตือนอย่างเดียวไม่พอมีภาพประกอบอีกเอาเข้าไปถ้าจะเตือนกันให้ได้ผลเปลี่ยนคำเตือนเป็น "สูบแล้วเจี๊ยวเล็ก"(แล้วมีรูปเจี๊ยวเด็ก) "สูบแล้วเมียมีชู้" "สูบแล้วล้มละลาย" "สูบแล้วโดนรุมกระทืบ" เป็นต้นน่าจะแน่นอนกว่าเยอะ แต่ที่แน่ๆ สูบแล้วสังคมรังเกียจแน่นอน ต่อไปถ้าบุหรี่แพงสงสัยคงต้องไปสูบกัญชาแทน!!!!!!!!"จน เครียด สงสัยต้องกินขี้"
ประสบการณ์ฟัดยัดก่อนจะเป็นขี้ยาใช้แล้ว
๑. สุบบุหรี่ในห้องน้ำ สมัยเป็นเด็กมัธยมถ้าจะสูบบุหรี่สถานที่ยอดฮิตของเกรียนทั้งหลายก็คงเป็นห้องน้ำชายนี่แหละครับ สูบไปดมขี้ดมเยี่ยวคนอื่นไปสบาย เรื่องนี้มันเกิดตอนม.ต้นครับ ขณะที่ช่วงหมดช่วงโมงเรียนของวิชา ผมและเพื่อนอีกสองคนแอบมาสูบบุหรี่ที่ห้องน้ำหลังตึก เพราะถ้าเป็นเวลาพักคนมันเยอะ เนื่องจากห้องน้ำมีประตูสองด้านแต่ประตูด้านหนึ่งล็อคทำให้มีทางเข้าออกแค่ทางเดียว ขณะที่ผมกำลังยืนหันหลังให้ประตูพ่นควันอย่างสบายใจเฉิบเพื่อนของผมทำหน้าตกใจสุดชีวิตแล้วพูดขึ้นมาเบาๆว่า"ขุนช้าง!!!!!" ผมงงแล้วก็พลันนึกขึ้นได้ว่าคือฉายาของอาจารย์พละจอมโหดที่สอนกระบี่พวกผมแกหัวล้านแต่ยังมีผมขึ้นอยู่ด้านหลังศีรษะบ้างแบบขุนช้างนั่นแหละครับ "ชิบหายแล้ว"ผมนึกพร้อมหันหน้าไปทางประตูก็พบขุนช้างเอ้ยอาจารย์มาหยุดยืนข้างหลังห่างออกไปประมาณหนึ่งก้าวพอดี เหงื่อเม็ดโป้งๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าพร้อมพูดประโยคสิ้นคิดออกไปว่า"แหะๆ หวัดดีครับ" อาจารย์ในใบหน้าเครียดนิ่งไปสักพักแล้วก็ถามว่า "พวกมึงทำอะไร?" ผมก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบไปว่า"สูบบุหรี่ครับ" ในใจพลางคิดไม่รอดแน่กู ฉับพลันอาจารย์หยิบบุหรี่ตัวที่สองที่เพิ่งดูดได้คำเดียวออกจากมือผมแล้วมองหน้าผมอย่างช้าๆก่อนนำมันเข้าปากสูบควันเข้าแล้วพ่นควันออกมาพร้อมกับพูดว่า"สูบอย่างนี้ถึงจะอร่อย"...........
๒. สูบบุหรี่ไปขี้ไป ครับไม่ผิดหรอกครับตอนกำลังเบ่งน่ะแหละ วันนั้นไปใช้ห้องน้ำสาธารณะในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เป็นห้องน้ำแบบเก่าคือแบบส้วมซึมนั่นแหละครับ เลยต้องยองๆเบ่งขณะกำลังเบ่งไปสูบไปก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา มันอยู่ในกางเกงที่ห้อยอยู่หลังประตู ผมจึงค่อยๆลุกจะหยิบมันออกมารับสายโดยคาบบุหรี่ไว้ในปาก ฉับพลันลื่นครับ ลื่นเสียหลักขาข้างหนึ่งหล่นลงไปในโถเหยียบขี้ตัวเองบุหรี่ร่วงออกจากปาก แล้วก็ม้วนให้ด้านที่มีเปลวไฟมาจี้ตรง.....พอดี จ๊ากกกกกกกก!!!!Have a bad day วันซวยจริงๆครับ เหตุการณ์นี้ทำให้อะไรบางอย่างต้องบอกลาห้ารุมหนึ่งไปหนึ่งอาทิตย์
๓. อันนี้สูบกันหลายคนครับตรงสถานที่จัดให้สูบในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ขณะที่กำลังสูบอยู่ตรงนั้นประมาณสิบคนได้ก็มีคนนึงมันเกิดชักเป็นลมบ้าหมูขึ้นมาครับ เฮ่ยคนแถวนั้นก็ตกใจกันหมดสิคนชักนี่มีคนมาด้วย ก็ไม่รู้ทำไงแม่งชักแหงกๆๆ ชิบหาย!!!แล้ว ทุกคนก็พากันบอกว่าพาส่งโรงพยาบาลเร็ว!!ก็เลยช่วยกันพากันออกมาเรียกแท็กซี่ ช่วยกันทุกคนเลยนะครับหิ้วกระเตงฟัดแกออกมาจนส่งแกขึ้นรถเรียบร้อย ทุกคนที่ช่วยแกนอกจากเพื่อนคนชักนี่ไม่รู้จักคนที่ชักเลยนะครับ
คนที่สูบบุหรี่ไม่ใช่คนเลวทุกคนหรอกนะครับ
August 30 อวสานขี้ยาใช้แล้ว(ผมเลิกบุหรี่ได้แล้วครับ....ไม่น่าเชื่อเลย)ขี้ยาใช้แล้ว
ผมเคยติดบุหรี่ครับ ติดชนิดที่ว่างอมแงม ไม่ดูดพาลจะลงแดง มึน หงุดหงิด ขี้โมโหกันเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะเลิกมาได้ประมาณจะห้าเดือนและ ถึงจะมีสูบบ้างประปราย แต่น่าจะเรียกได้ว่าเลิกได้แทบจะสนิทน่ะ อย่างน้อยก่อนพิมพ์ก็ไม่ได้แตะมา3อาทิตย์และ หลังจากลองค้นดูพบว่าสาเหตุที่ทำให้ติดบุหรี่มีดังต่อไปนี้
1 ) ทำตามเพื่อน เพราะเห็นเพื่อน ๆ บางคนสูบโดยอ้างว่าเพื่อจะเข้าสังคมกับเพื่อนได้ 2) สภาพแวดล้อมภายในครอบครัวชักนำ เกิดจากสมาชิกบางคนในครอบครัวสูบบุหรี่ เช่น พ่อ แม่ ลุง น้า จึงต้องการเอาอย่างบ้าง 3 )ความอยากทดลอง เพราะอยากรู้อยากเห็น 4ื ) ยึดถือค่านิยมผิด ๆ คิดว่าการสูบบุหรี่เป็นการโก้เก๋ หรือเป็นลูกผู้ชาย 5 ) อิทธิพลจากการโฆษณาของสื่อมวลชน ทั้งจากภาพยนตร์ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ 6) ความเชื้อที่ผิดๆ เช่น เชื่อว่าเมื่อสูบบุหรี่จะทำให้สมองปลอดโปร่ง จิตใจเเจ่มใสและไม่ง่วงนอน เป็นต้น อืม สาเหตุของผมน่าจะข้อ1,3บวกกับข้อ7และข้อ8ของตัวเอง ข้อหนึ่งเนื่องจากตอนกระโน้นที่ผมดูดบุหรี่ครั้งแรกตอนโน้นผมอยู่ม.1 ครับไม่ผิดหรอกครับม.1อายุก็น่าจะสิบสองสิบสามขนยังไม่ขึ้นเลยคุณ(ขนจั๊กแร้) ความรู้สึกในตอนนั้นคือถ้าไม่สูบนี่จะกลายเป็นชนกลุ่มน้อยขึ้นมาเลยเชียวก็ลองคิดดูสิห้องนึงมีห้าสิบกว่าผู้ชายสามสิบนิดๆดูดกันไปแว้วเกือบยี่สิบ สาบานนี่เด็กม.1นะเนี่ย! โรงเรียนอะไรอย่ารู้เลยเด็กม.ปลายโรงเรียนนี้เก่งมากเพราะใช้ระบบสอบเข้ากับคัดเกรด ส่วนม.ต้นนี่ปีผมเป็นปีแรกที่ใช้ระบบจับสลาก(ชิบหาย!!!!) ตอนนั้นความรู้สึกที่ว่า"ไม่ดูดสิแปลก"ครอบงำจิตใจไปเลย ส่วนข้อสาม อันนี้ผมดูโฆษณารณรงค์ไม่ให้สูบบุหรี่ทางทีวียุคนั้นฮิตมากเลยนะครับ อันที่เห็นกันชัดๆจำกันได้แม่น คือมีสามหนุ่มสามมุมกบ,แท่ง,มอส มาเล่นมีสโลแกน"อยากจะเท่ห์อย่างมีค่าไม่ต้องพึ่งพาบุหรี่" คุ้นๆมั้ยครับ เด็กคนอื่นดูโฆษนานี้แล้วคงไม่อยากยุ่งอยากลองกับบุหรี่หรอกจริงมั้ยคับ แต่เด็กเปรตจากนรกชื่อวิงกี้คิดตรงกันข้ามครับ มันขวงแต่เด็กด้วยสันดานชอบต่อต้านของมันเค้าว่ากันว่า"ลองครั้งเดียวก็ติด" มันบอกกะตัวเองว่า"กูไม่ติดหรอก" แค่นี้เทพหายนะที่ชื่อบุหรี่ก็กวักมือหยอยๆเรียกมันแล้วครับ ลองไปครั้งนึงมันไม่ติดจริงๆครับ แต่มันก็ดันเชื่อว่าตัวเองคงไม่มีทางติดหรอกเลยลองดูดไปเรื่อยๆ สุดท้ายติดจริงๆ คนอื่นเค้าติดเพราะอยากลองมีเยอะแยะ แต่ไอ้เด็กเวรนี่ติดเพราะโฆษณารณรงค์ต่อต้าน บัดซบจริงๆเลย "อยากจะเท่ห์อย่างมีค่าไม่ต้องพึ่งพาบุหรี่" สำหรับไอ้เด็กเวรนี่"ก็กูไม่มีค่าอ่ะ" มีแต่ค่าบุหรี่เนี่ยสองตัวห้าบาท อ้าว! นี่ถ้าตอนโน้นมีโฆษณา"จน เครียด กินเหล้า"ก็คงติดเหล้าแล้วก็อ้างว่า"กูกินก็ไม่ติดไม่จนไม่เครียดด้วย"จนติดจนได้เออเจริญไอ้เวรย้อย ฟัดยัด โชคดีจิงๆที่มันฉายตอนโต ข้อเจ็ดกับข้อแปดที่มันเพิ่มมาเนี่ยเป็นเหตุผลค่อนข้างส่วนตัวครับอาจจะคล้ายข้ออื่นๆแต่มันไม่ใช่อ่ะ...ข้อเจ็ดก็คืออ้างว่าเครียดครับใช่ครับมันป็นแค่ข้ออ้างแต่มันเป็นเหตุผลของผลตอนนั้นจริงๆ เรื่องที่เครียดมีทั้งเรื่องของตัวเอง แล้วก็ไม่ใช่ของตัวเองแต่เอามาอ้าง เรื่องของตัวเองจะประมาณว่า ขี้เกียจทำการบ้าน ได้คะแนนไม่ดี ทะเลาะกับเพื่อน อกหัก และเหตุผลไร้สาระเต็มไปหมด ถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็จะประมาณว่า ระบบการศึกษา(เข้าแถว พักเที่ยง ต้องเดินเรียนแล้วผ่านห้องน้ำฯลฯ) ค่าเงินบาท(ทั้งๆที่ข้าวจานสิบห้าบาท ค่ารถเมล์ยังสามบาทห้าสิบ) แม่ทะเลาะกับพ่อ(เรื่องชอปปิ้ง) และเหตุผลยิ่งกว่าไร้สาระอีกเต็มไปหมด ข้อแปดน่าจะไร้สาระที่สุดแล้วแหละ "เชื่อว่ามันอร่อย" ใช่ครับผมคิดว่ามันต้องอร่อยแน่ๆคนถึงสูบกันจัง แต่ผิดคาดคำแรกของผม มันไม่อร่อยเลยสักนิดเดียว แต่ด้วยพลังความเชื่อ และศรัธทา หรือหลอกตัวเองนั่นแหละว่ามัน"อร่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ..."แล้ววันนึงมันก็อร่อยจริงๆ อา!!!!คนที่เชื่ออะไรอย่างฟัดยัดนี่มันน่ากลัวจริงๆคุณลองคิดดูถ้าเป็นเรื่องอื่นล่ะ ถ้ามันชื่อว่ามันเป็นนายกได้ป่านนี้มันคงเป็นนายกไปแล้ว(หรือไม่ก็เป็นบ้า!!!) เลิกบุหรี่มีข้อดีดังต่อไปนี้ครับ 1. สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น 2 . อายุยืน 3 . การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น 4 . การทำงานของประสาทในการรับรส และกลิ่นดีขึ้น 5 . อาการไอ และเสมหะลดลง
6 . สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น
7 . ปอดทำงานได้ดีขึ้น
8 . ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น
อืมข้อหนึ่งเนี่ยจริงทีเดียวเชียวแหละตอนแรกพยายามหลอกตัวเองว่า"กูคิดไปเอง กูคิดไปเอง กูคิดไปเอง"แต่เอาเข้าจริง "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย" ครับหลังจาที่ลดลงมาสูบสัปดาห์ละสามตัวพบเลยว่าถ้าวันไหนสูบก่อนนอนเช้าขึ้นมาจะแน่นหน้าอก พอเลิกสูบก็ไม่มีอาการเกิดขึ้น ตอนที่สูบจัดๆเคยสำลักน้ำครั้งนึงเจ็บจนแทบน้ำตาไหล ปัจจุบันสำลักก็ยังไหลเพราะมันขึ้นจมูก(อ้าว จะพูดทามมาย) อาการร้อนในแล้วก็ไอบ่อยๆหายไปแสดงว่าข้อห้าก็จริงส่วนข้อสอง
อันนี้มันก็ไม่แน่หรอกครับคุณ คนสูบบุหรี่อายุยืนมีเยอะนะทำเป็นเล่นไป ข้อสามอืมอันนี้พิสูจน์เองไม่ได้จริงๆแฮะ ข้อห้าพูดไปแล้ว ข้อหกอืม....คงต้องพิสูจน์อะนะ แต่ว่าในความเป็นจริงสูบบุหรี่มันคงทำให้แย่ลงจริงๆแหละคุณลองคิดภาพชายหญิงคู่นึงร่วมไปสูบบุหรี่ไปสิ คงทุลักทุเลพิลึก เช่น
ณ โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง
ญ : อา อา อู โอววววววว!!!!!!!!!
ช : อือ อา เปลี่ยนเกียร์ละนะ
ญ : อา อา อู โอววววววว!!!!!!!!!โอ๊ยยยยยยยยยย โอ้วววว**
ช : เยี่ยมไปเลยใช่มั้ยจ้ะ ญ : เยี่ยมป้ามึงสิ!!!!บุหรี่มึงจี้กูไอ้ฟัดยัด!!!!!
ช : ..........................
เข้าเรื่องกันต่อ จากกรณีสมมติข้างต้นทำให้สรุปได้ว่าบุหรี่ทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อม(ทำให้เสียบรรยากาศ และหมดอารมณ์)นอกจากนี้ยังอาจทำให้สำลักควันเวลาร้องครวญครางขณะร่วม ส่วนข้อแปดจริงแน่นอนเพราะตอนนี้ผมวิ่งได้ระยะมากขึ้น ออกกำลังกรายได้มากขึ้นกว่าตอนสูบเยอะเลย ส่วนข้อสุดท้ายเนื่องจากรัฐบาลประกาศขึ้นราคาบุหรี่เมื่อวานนี้ น่าจะประมาณไม่เกินห้าบาทมั้ง(เป็นสาเหตุให้เขียนบทความนี้ แต่นอกเรื่องมาเยอะไปและ) คราวที่แล้วที่ราคาขึ้นผมพบว่ารายจ่ายเพิ่มขึ้นเช่นกัน ถึงไม่มากจนน่าตกใจแต่ถ้าคิดเป็นต่อเดือนก็น่าใจหาย ส่วนเรื่องอื่นๆเกี่ยวกับบุหรี่ผมจะมาเล่าให้ฟังในโอกาสหน้านะ
โปรดติดตามตอนต่อไป
August 29 ลองบัญญัติคำศัพท์แสลงขึ้นมาใหม่(เผื่อมีคนเอาไปใช้) อยู่ดีๆวันนึงคุณก็ได้ยินคำศัพท์แปลกๆขึ้นมาคำนึง แล้วคุณก็พบว่าไอ้คำๆเนี้ยมันกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่วัยรุ่น คำหรือวลีหรือประโยคเหล่านี้คุณอาจจะเคยได้ยินหรือไม่ได้ยินมาก่อนในชีวิต แต่สาบาน!!!!!!อยู่ดีๆมันก็ได้รับความนิยมขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ มันแพร่กระจายเร็วยิ่งกว่าเชื้อราในหน้าฝนเสียอีก อา!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ยกตัวอย่างง่ายๆ"แอ๊บแบ๊ว" คำๆนี้แปลว่าอะไรเค้าว่ากันว่าคำแบบนี้เป็นศัพท์แสลง(เราดันอ่านกันว่า สะ-แลง ไม่ใช่ สะ-แหลง หรือ แส-ลง) แอ๊บน่าจะมาจากคำว่าแอบ แล้วแบ๊วล่ะ อืม น่าจะเป็นบ้องแบ๊วรึเปล่านะ อืมเอาเป็นว่าผมได้เห็น(ยังไม่ได้ยิน)คำนี้ครั้งเเรกเมื่อเดินผ่านป้ายโฆษณาหนังเรื่อง"หอแต๋วแตก"เป็นคำบรรยายลักษณะของกระเทย(ที่แสดงโดยดาราชาย)คนหนึ่งในภาพ คำถามตามขึ้นมาในหัวสมองทันทีคำนี้มันแปลว่าอะไร(วะ) จนมาได้รับคำตอบว่า
วิงกี้ : พี่บ๊ะรู้ป่าวคำว่าแอ๊บแบ๊วแปลว่าอะไรคับ
พี่บ๊ะจ่าง : อะไรแค่นี้ก็ไม่รู้ โง่จริง
วิงกี้ : ........... (คิดในใจว่า อ้าวไม่รู้ก็ผิดด้วยเว้ยเฮ้ย)
พี่บ๊ะจ่าง : ก็ประมาณว่าทำเป็นน่ารัก ไร้เดียงสา ทำหน้าแบบเด็กๆไง
วิงกี้ : อืมประมาณว่าบ้องแบ๊วอย่างนั้นสิ?
พี่บ๊ะจ่าง : บ้า!แอ๊บแบ๊วก็แอ๊บแบ๊ว บ้องแบ๊วก็บ้องแบ๊วสิ
วิงกี้ : อืม เนอะ ว่าแต่พี่รู้ได้ไง?
พี่บ๊ะจ่าง : ใครๆเค้าก็รู้ทั้งนั้นแหละวิง
วิงกี้ : .........................
จากบทสนทนาข้างต้นทำให้ผมสรุป(เอาเอง)ได้ว่ามันน่าจะคล้ายๆคำว่าคิกขุ อาโนเนะ แต่ตามภาพบนป้ายโฆษณามันน่าจะแปลว่า สยดสยอง น่ากลัว อุบาทว์ หรืออะไรทำนองนี้มากกว่า แต่ว่าคำว่า "แอ๊บแบ๊ว"ไม่น่าจะใช่ศัพท์แสลงคำแรกและคำสุดท้ายที่ผมได้ยินแน่ๆ เพราะตั้งแต่เด็กๆ มันจะมีศัพท์แสลงใหม่ๆออกมาแทบจะทุกๆช่วงของชีวิต อย่างเช่นตอนเป็นเด็กเราจะได้ยินคำเหล่านี้บ่อยๆ ส.บ.ม.ย.ห. เริ่ดสะแมนแตน โดยทราบภายหลังว่า ผู้นำกลุ่มคำเหล่านี้ออกมาใช้คือคุณ เทิ่ง สติเฟื่องหรือคุณ บรรยง เสนารักษ์ อัจฉริยบุคคลผู้ล่วงลับซึ่งท่านเป็นพิธีกรรายการเกมโชว์รุ่นแรกๆของเมืองไทย รายการยอดนิยมได้แก่ "ที่นี่มีทอง" "แม่บ้านวันนี้" ฯลฯ โตขึ้นมาอีกหน่อยก็มีคำว่า คิกขุ อาโนเนอะ หน่อมแน้ม ปิ๊ง แล้วก็ จ๊าบ แจ่ม สิบเอ็ดรอดอ ถั่วดำ ฯลฯ จนมาชั้นมัธยมต้น(ประมาณปี39) คำว่า ประเทือง ตุ๋ย ๒คำนี้คงน่าจะได้ยินบ่อยๆในยุคอัลเตอร์เนทีฟครองเมือง ในเวลาต่อมาไม่นาน คุณ อุดม แต้พาณิชย์ ก็คิดคำศัพท์แสลงมาให้ใช้อีกมามายเช่น กิ๊บเก๋ อีเห็ดสด ฯลฯ จวบจนถึงปัจจุบัน ในสัปดาห์หนึ่งๆของผมจะต้องได้ยินคำเหล่านี้สองครั้งเป็นอย่างน้อย "เเอ๊บแบ๊ว เด็กแว๊นซ์ เด็กสก๊อยซ์ แจ่มฯลฯ "
ในความเป็นจริงแล้วคำบางคำที่เราใช้ตั้งแต่เกิดเคยเป็นศัพท์แสลงมาในยุคก่อนเราเกิด เช่น ซ่า บ้องแบ๊ว สำส่อน เก๋า เท่ห์ มะกัน ฝรั่ง หอกหัก ฯลฯ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ
ถ้าท่านนึกคำอะไรเหล่านี้ออกก็ช่วยบอกด้วยนะครับจะส่งมาทางE-mail หรือเขียนทิ้งไว้ในช่องแสดงความคิดเห็น สมุดเยี่ยมชมก็ได้ มาร่วมกันรำลึกถึงอดีตกันนะครับ ไม่เอาที่เป็นประโยคนะ เช่น" คุณแม่ขอร้อง" "ไม๋เอาไม๋พูด" "ได๋ค่ะ" "ไม่ล่ายหลั่งใจเลย" "ให้ตายสิโรบิน ให้ดิ้นสิโรเบิร์ต" ฯลฯ ไว้วันหลังค่อยพูดถึงกันนะ
คำศัพท์แสลงที่ลองบัญญัติขึ้นมาใหม่(เผื่อมีคนเอาไปใช้)
1."ฟัดยัด" แปลว่า การกระทำใดๆก็ตามที่ฝืนกระทำทั้งๆที่รู้ว่าไม่สำเร็จ(ในความเป็นจริงผมได้ยินคำนี้มาจากปากพี่สมเล็ก หรือพี่ สมชาย ศักดิกุล จากในหนังเรื่อง"ขุนกระบี่ ผีระบาด" ในเรื่องเฮียแกด่าลูกน้องแต่ผมไม่ทราบความหมาย)
เช่น "รู้ว่าทำไม่ได้แล้วยังเสือกฟัดยัดทำลงไปอีก โธ่! ไอ้ฟัดยัด"
2."ย้อย" ไม่ได้แปลว่าห้อยแต่ แปลว่า อย่างมาก อย่างรุนแรง โครต สุดๆ ฯลฯ ใช้ตามหลังคำเพื่อเพิ่มความหมาย
เช่น "อาทำกระเป๋าตังค์หาย ซวยย้อย"
"ข้าวจานนี้ อร่อยย้อยไปเลย"
"นางแบบคนนี้สวยย้อย"
"โธ่!ไอ้ฟัดยัดย้อย"
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑ |
|||||||||
|
|